Archive for the ‘เกร็ดความรู้’ Category

บาคาร่าออนไลน์ ชวนมากายบริหาร

Sunday, April 2nd, 2017

จะมองดูได้ว่า คนที่ค่อยข้างมีอายุจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน สาเหตุเกิดมาจากการทานอาหารไม่เลือก ไม่ออกกำลัง การแก้ไขปัญหาหรือยับยั้ง โรคแบบนี้ได้คือ การขี่จักรยาน การขี่จักรยาน ทำให้ไขข้อตามร่างกายได้ขยับเขยื้อนทุกวันจะเป็นเหตุให้เส้นเอ็นตามร่างกายได้ขยับไม่ยึด โรคทั้งหลายเหล่านี้

จะเห็นผลตอนฤดูหนาวที่มีภูมิอากาศเย็นจะปวดตามข้อ ตามกระดูก ซึ่งเป็นการทารุณสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ การบำรุงรักษาตั้งแต่เริ่มคือการกายบริหารการรับประทาน แคลเซี่ยม เพื่อช่วยยับยั้งความทรุดโทรมของกระดูก การรับประทานผักผลไม้ ก็เป็นการบำรุงให้ความเสื่อมช้าลง ร่างกายของคน ถ้าไม่เริ่มจากการใส่ใจตั้งแต่เริ่มมันก็จะเสื่อมตามระยะเวลา การถนอมอนามัยของตนเอง บาคาร่าออนไลน์ โดยการเลือกทานอาหารที่ให้ค่าต่อร่างกาย เว้นการดื่มกาแฟเพราะในกาแฟมีสารคาเฟอีน ทำให้เสื่อมลง จะสังเกตุเห็นได้ว่าคนที่ชอบกินกาแฟเป็นประจำ จะเป็นโรคความจำเสื่อมทีละน้อย โดยที่เราไม่รู้สึกตัวเอง การทานกาแฟจะไปบังคับการรู้สึกของคนเรา ไม่ให้ง่วงนอน เมื่อเรากินกาแฟ เข้าไปสะสมทุกวัน ทำให้สมอง เริ่มเสื่อมลง ทำอะไรได้ช้าลงกว่าเดิม  ผลพวงตอนอายุเพิ่มมากขึ้นทำเอาเราเป็นโรคออไซเมอร์ หรือโรคความจำเสื่อมนั่นเอง

เพราะฉะนั้นการดื่มกาแฟ จึงเป็นสิ่งที่คนเราควรหลบเลี่ยงให้มากที่สุด ในตอนที่เราอายุเพิ่มขึ้น เพื่อลดการร่อยหรอของร่างกายให้มากที่สุด เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของร่างกาย ของคนเรา ชีวิตมนุษย์เราถ้าสุขภาพดี ร่ายกายก็จะเบิกบาน อารมณ์แจ่มใส มีความสำราญไม่กลุ้มใจ การที่มนุษย์เราหนักใจนั่นมาจากการมีสุขภาพอนามัยที่ไม่ดีทำเอาเกิดความกังวลอยู่ตลอดเวลา การดูแลและสนใจร่ายก่อ ให้เกิดความสำราญของชีวิตคนเรา

ประวัติกรีฑา ข้อมูลและประเภทกรีฑา

Monday, March 20th, 2017

กรีฑาถือได้ว่าเป็นกีฬาที่เก่าแก่ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ เนื่องจากในสมัยก่อนมนุษย์ต้องอาศัยการวิ่งในการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเร็วเพื่อให้พ้นจากสัตว์ร้าย วิ่งไล่เพื่อจับสัตว์เอาไว้เป็นอาหาร ฯลฯ ซึ่งเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ก็เปรียบเสมือนการวิ่งในประเภทต่าง ๆ  นอกจากการวิ่งแล้ว ในยุคก่อนยังมีการกระโดด การใช้อาวุธต่าง ๆ ซึ่งนั้นก็เป็นที่มาของกีฬากรีฑาหลากหลายประเภทนั่นเอง
          วันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอนำประวัติกรีฑา มีความเป็นมาและความสำคัญอย่างไร กติกากำหนดไว้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรีฑา
ประวัติกรีฑา

          เชื่อกันว่า ต้นกำเนิดของกรีฑานั้น เริ่มมากจากชาวกรีกโรมัน เมื่อประมาณ 776 ปีก่อนคริสตศักราช โดยเจ้าเมืองนั้นอยากให้พลเมืองของกรีกมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เพื่อรับใช้ประเทศได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ในสมัยก่อนเชื่อว่า มีเทพเจ้าสถิตอยู่บนเขาโอลิมปัสพยายามทำตัวให้เป็นที่โปรดปราน ด้วยการทำพิธีกรรมบวงสรวงต่าง ๆ พร้อมเล่นกีฬาถวาย ณ ลานเชิงเขาโอลิมปัสแคว้นอีลิส เพื่อให้เกียรติแก่เทพเจ้า โดยมีกีฬาที่ชาวกรีกเล่นนั้น มี 5 ประเภท คือ การวิ่งแข่ง การกระโดด มวยปล้ำ พุ่งแหลน ขว้างจักร ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตได้ว่า นอกจากกีฬามวยปล้ำแล้ว กีฬาทั้ง 4 ชนิด ล้วนแต่เป็นกีฬากรีฑาทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการแข่งขันติดต่อกันมาเป็นเวลานานกว่า 1,200 ปี เลยทีเดียว

          ต่อมากรีกเสื่อมอำนาจลง และตกอยู่ภายใต้อำนาจของชาวโรมัน การกีฬาของกรีกเลยเสื่อมลงตามลำดับ ใน พ.ศ. 936 (ค.ศ. 393) เนื่องจากจักรพรรดิธีโอดซีอุส แห่งโรมัน มีคำสั่งให้ยกเลิกการเล่นกีฬา ทั้ง 5 ประเภท เพราะเห็นว่าประชาชนเล่นกีฬาเพื่อการพนัน ไม่ได้เล่นเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด และนับตั้งแต่นั้นกีฬาโอลิมปิกก็ได้ยุติเป็นระยะเวลานานกว่า 15 ศตวรรษ

          หลังจากนั้น ก็ได้มีบุคคลสำคัญ กลับมารื้อฟื้นให้กีฬาโอลิมปิกกลับมาเริ่มอีกครั้ง โดย บารอน ปีแอร์ เดอ คูแบร์แตง (BaronPierredeCoubertin) ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเขาได้ชักชวนบุคคลคนสำคัญของชาติต่าง ๆ เข้ามาร่วมประชุม เพื่อแข่งขันกีฬาร่วมกัน โดยให้จัดการแข่งขัน 4 ปี ต่อ 1 ครั้ง พร้อมระบุข้อตกลงในการเล่นกีฬากรีฑาเป็นหลักของการแข่งขัน เพื่อเป็นเกียรติและอนุสรณ์แก่ชาวกรีกในสมัยโบราณ ผู้ริเริ่มกีฬาโอลิมปิก ทั้งนี้ กีฬาโอลิมปิกได้เริ่มแข่งขันขึ้นอีกครั้ง ใน พ.ศ.2439 (ค.ศ. 1896) ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก

          ประวัติความเป็นมาของกรีฑาในประเทศไทย
          ผู้ริเริ่มให้มีการแข่งขันกรีฑาในประเทศไทยนั้นก็ คือ กระทรวงธรรมการ (ปัจจุบันคือกระทรวงศึกษาธิการ) ที่ได้จัดให้มีการแข่งขันกรีฑาระดับนักเรียน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2440 ณ ท้องสนามหลวง โดยมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเป็นองค์ประธานเปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียนเป็นประจำทุกปี และได้จัดตั้งให้มีสมาคมกรีฑาสมัครเล่นประเทศไทยขึ้น
ประเภทของกรีฑา

ประวัติกรีฑา กติกากรีฑา
          1. กรีฑาประเภทลู่
          กรีฑาประเภทลู่เป็นกรีฑาที่ต้องแข่งขันกันบนทางวิ่งหรือลู่วิ่งตลอดระยะทาง ใช้การวิ่งเป็นสำคัญตัดสินแพ้ชนะกันด้วยเวลาการแข่งขันที่นิยมกันทั่วไปมี ดังนี้

          1.1 ) การวิ่งระยะสั้น หมายถึง การวิ่งในระยะทางไม่เกิน 400 เมตร นับจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัย ซึ่งจะต้องวิ่งในลู่ของตนเองตลอดระยะทาง โดยแบ่งระยะทางวิ่งออกเป็น 60, 80, 100, 200 และ 400 เมตร

          1.2) การวิ่งระยะกลาง หมายถึง การวิ่งในระยะทางตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1,500 เมตร

          1.3) การวิ่งระยะไกล หมายถึง การวิ่งในระยะทางมากกว่า 1,500 เมตรขึ้นไป และการวิ่งมาราธอน (42.195 เมตร )

          1.4) การวิ่งผลัด หมายถึง การแข่งขันที่แบ่งเป็นชุด ๆ แต่ละชุดมีจำนวนผู้แข่งขันเท่า ๆ กัน มีดังนี้…

          การวิ่งผลัดระยะทางเท่ากัน หมายถึง ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนในชุดเดียวกันต้องวิ่งในระยะทางเท่ากัน เช่น 5 x 80, 8 x 50, 4 x100,4 x 200, 4 x 400 เมตร เป็นต้น

          การวิ่งผลัดต่างระยะ หมายถึง ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนในชุดเดียวกัน วิ่งในระยะทางไม่เท่ากัน เช่น 80 x 120 x 120 x 80 เมตร เป็นต้น

          1.5) การวิ่งข้ามรั้ว หมายถึง การวิ่งตามลู่วิ่งข้ามสิ่งกีดขวางความสูง และจำนวนรั้วที่ใช้แข่งขันในแต่ละประเภทแตกต่างกันไป เช่น วิ่งข้ามรั้ว 100 ,110,400 เมตร เป็นต้น

ประวัติกรีฑา กติกากรีฑา
          2. กรีฑาประเภทลาน

          กรีฑาประเภทลาน เป็นกรีฑาที่ต้องแข่งขันกันในสนาม ตัดสินแพ้ชนะกันด้วยระยะทาง  อาจเป็นความไกลหรือความสูง โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน ดังนี้

          2.1) ประเภทที่ตัดสินด้วยความไกล ได้แก่ กระโดดไกล เขย่งก้าวกระโดด ทุ่มลูกน้ำหนัก ขว้างค้อน ขว้างจักร และพุ่งแหลน

          2.2) ประเภทที่ตัดสินด้วยความสูง ได้แก่ กระโดดสูง และกระโดดค้ำ

          3. กรีฑาประเภทผสม
          กรีฑาประเภทผสมเป็นการแข่งขันที่นำกรีฑาประเภทลู่ และลานบางส่วนผสมกัน แบ่งประเภทการแข่งขัน ดังนี้

          3.1) ประเภทชาย มีกรีฑาประเภทผสมให้เลือกแข่งขันได้ 2 แบบ ดังนี้

          ปัญจกรีฑา ประกอบด้วยการแข่งขัน 5 รายการ ทำการแข่งขันภายในวันเดียว ตามลำดับ คือ กระโดดไกล, พุ่งแหลน , วิ่ง 200 เมตร, ขว้างจักร และวิ่ง 1,500 เมตร

          ทศกรีฑา ประกอบด้วยการแข่งขัน 10 รายการ ทำการแข่งขัน 2 วัน ติดต่อกันตามลำดับ ดังนี้

          วันที่หนึ่ง :  วิ่ง 100 เมตร กระโดดไกล ทุ่มลูกน้ำหนัก กระโดดสูง และวิ่ง 400 เมตร

          วันที่สอง :  วิ่งข้ามรั้ว 110 เมตร ขว้างจักร กระโดดค้ำ พุ่งแหลน และวิ่ง 1,500 เมตร

          3.2) ประเภทหญิง มีการแข่งขันเพียงแบบเดียว คือ สัตตกรีฑา ประกอบด้วยการแข่งขัน   7 รายการ ทำการแข่งขัน 2 วัน ติดต่อกันตามลำดับ ดังนี้

          วันที่หนึ่ง :  วิ่งข้ามรั้ว 100 เมตร, กระโดดสูง, ทุ่มลูกน้ำหนัก และวิ่ง 200 เมตร

          วันที่สอง :  กระโดดไกล, พุ่งแหลน และวิ่ง 800 เมตร

          สำหรับกรีฑาประเภทผสมนั้น ผู้ชนะ คือ ผู้ที่สามารถทำคะแนนสูงสุดในการแข่งขัน ถ้าไม่เข้าแข่งขันหรือไม่ทำการประลองแม้แต่ครั้งเดียวให้ถือว่าเลิกการแข่งขัน

กติกากรีฑา

          การแข่งขันประเภทลู่ ประกอบไปด้วย…

การแข่งขันวิ่ง
          1. ประเภทวิ่ง 100 เมตร, 200  เมตร, 400 เมตร, ข้ามรั้ว 100 เมตร, ข้ามรั้ว 110 เมตร

          2. ประเภทวิ่ง 400 เมตร, 800 เมตร, วิ่งผลัด 4×100 เมตร, วิ